สำหรับน้ำที่ใช้แช่ หัวใจหลักของ”ข้าวแช่” คือ“น้ำร่ำ” โดยเรือนนพเก้าใช้น้ำที่มาจากตาน้ำแร่ หมู่บ้านดอยงาม อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร หลังจากนั้นก็นำมาต้มและพักในโอ่งดินเผา เป็นเวลา 2 คืน เพื่อทำน้ำนิ่งก่อนที่จะมาร่ำด้วยดอกไม้ 4 ชนิด คือ มะลิ ชมนาด กระดังงา และกุหลาบ ทางเรือนนพเก้าใช้ดอกมะลิออแกนิคจากจ.สุพรรณบุรีดอกชมนาดและกระดังงา จาก จ.ราชบุรี และ ดอกกุหลาบมอญสายพันธุ์จุฬาลงกรณ์ จาก จ.เชียงราย พร้อมอบด้วยเทียนหอม 1 คืน นั่นคือเรื่องราวความลับของน้ำร่ำตำรับข้าวแช่เรือนนพเก้า ที่มีความหอมชื่นใจดุจหยาดน้ำทิพย์

สำหรับข้าวทางเรือนพเก้าใช้ข้าวเสาไห้เก่ากลางปีจากจังหวัดสุรินทร์ ก่อนหุงจะนำมาขัดสารส้มจนเมล็ดข้าวใส นำไปหุงให้สุกประมาณ 70 % เนื่องจากคนเมืองชอบรับประทานข้าวนุ่ม นำข้าวมาน็อคด้วยน้ำเย็น ล้างเมือกออกให้หมด ใส่กระชอนพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ห่อด้วยผ้าขาวบาง นำข้าวไปนึ่งและพรมด้วยน้ำร่ำ ทำสลับกลับไปกลับมา 3-4 รอบ ก่อนเสิร์ฟพร้อมน้ำร่ำที่แช่เย็นในตู้เย็น ข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้าจะเสิร์ฟโดยไม่ใส่น้ำแข็งให้สูญเสียอรรถรสและความหอมละมุน
เมื่อเปิดฝาเบญจรงค์ จะได้กลิ่นหอมหวานของร่ำน้ำดอกไม้
ชุดเครื่องเคียงในข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้านั้น จะมี 7 ชนิด จัดอย่างปราณีตบรรจงในพานเบญจรงค์ ประกอบไปด้วย
- ลูกกะปิชุบไข่ทอดขนาดเล็ก รสเค็มหวานกลมกล่อม
- หอมแดงไว้จุกสอดไส้ปลาแห้ง เคล็ดลับนำหอมสอดไส้ไปทอดโดยไม่ต้องแกะเปลือกออก จะทำให้ตัวหัวหอมมีความฉ่ำหวาน
- ไข่เค็มชุบแป้งทอด โดยนำไข่แดงเค็มออกมานวดให้นุ่ม ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วนำมาทอด
- พริกหยวกสอดไส้ เคล็ดลับคือ นำหมูสับปรุงรสยัดไส่พริกหยวกแล้วนำไปนึ่ง พันด้วยหรุ่มไข่
- หมูฝอย หวานเค็มกลมกล่อม
- ปลาช่อนแดดเดียว จากสิงห์บุรีผัดหวาน
- หัวไชโป๊วเส้น จากราชบุรี เค็มๆ หวานๆ
- แนมด้วยผักสด อย่าง มะม่วงแกะสลัก แตงกวาแกพสลัก กระชายดอกจำปี ต้นหอมม้วน และพริกชี้ฟ้า


ปิดท้ายคอร์ส 3 ด้วยส้มฉุนมะยงชิด ของหวานโบราณหารับประทานยาก จุดเด่นอยู่ที่น้ำและผิวของผลส้มซ่าทำให้ได้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ ทางเรือนนพเก้าเลือกใช้มะยงชิดมาคว้านเม็ดแล้วนำมาลอยแก้ว 1 คืน ในน้ำเชื่อมที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มกลิ่นจากผิวส้มซ่า จะให้มีกลิ่นหอมชื่นใจ ส้มฉุนถ้วยนี้เสิร์ฟมาพร้อมกรานิต้า เกร็ดน้ำแข็ง, น้ำส้มฉุนที่ผ่านการปรุงรสข้ามคืนที่มีทั้งหวานอมเปรี้ยว ปรุงกลิ่นจากส้มซ่า ปรุงสีจากใบเตยคั้นสด นำมาแช่แข็งและขูดเป็นไอติมเกร็ดน้ำแข็ง โรยหน้าด้วยขิงอ่อนมะม่วงเปรี้ยวและหอมเจียว รสสัมผัสแรกคือความเปรี้ยว กลิ่นของขิง ส้มซ่าและหอมเจียวขึ้นจมูกทำให้สดชื่น

เคล็ดลับการรับประทานข้าวแช่ให้อร่อย …
- หลังจากเทน้ำร่ำลงในข้าวแช่ ใช้ช้อนคน 3 รอบ เพื่อทำให้ข้าวแตกแตกตัวเรียงกันเป็นเม็ด
- ก่อนกินเครื่องเคียง ให้เริ่มกินข้าวและน้ำก่อนเริ่ม เพื่อให้ได้อรรถรสความหอมของนำร่ำ
- ถ้ากินเรารู้สึกเลี่ยนให้กินคู่กับมะม่วงเปรี้ยวแนมถ้า
- กินแล้วอยากได้รสชาติเผ็ดให้กินคู่พริกชี้ฟ้าและต้นหอม
- ถ้าอยากได้ความรู้สึกสดชื่นให้กินแนมกับแตงกวา
- ทุกครั้งที่กินลูกกะปิให้กินคู่กับจำปีกระชาย

ข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้า ในหนึ่งชุด มีทั้งหมด 3 คอร์ส แต่ละคอร์สเป็นเมนูไทยโบราณคลายร้อน หอม สดชื่น ประกอบไปด้วย แตงโมหน้าปลาแห้ง ข้าวแช่และเครื่องเคียง 7 อย่าง ปิดท้ายด้วยของหวานอันชื่นใจ ส้มฉุนมะยงชิด ราคาเพียงท่านละ 699++ บาท (เฉพาะทานที่ร้านเท่านั้น) ซึ่งจะมีเสิร์ฟเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 9 ชุดต่อรอบเท่านั้น เวลา 11:30 น. และ 15:30 น
นอกจากนั้นทางเรือนนพเก้า ยังมีข้าวแช่แบบชุดกลับบ้าน ได้จัดข้าวแช่และเครื่องเคียงจัดใส่ไว้ในตะกร้าสาน พร้อมขนมทองนพเก้า 1 กล่อง ในราคาเพียง 1,299 บาทถ้วน รับประทานได้ 2 ท่าน
- แนะนำให้สำรองที่นั่งและสั่งจองชุดกลับบ้านล่วงหน้า จะได้ไม่พลาดความพิเศษในปีนี้ โทร 02 116 3317
ร้านเรือนนพเก้า สาธร ซอย 6
อาหารไทยแท้ต้นตำรับ 100%